วันสุดท้ายในมหาวิทยาลัย วันเริ่มต้นใหม่แห่งเวทีชีวิต
posted on 25 Jan 2012 20:24 by samoodpokon in articleแด่ วันรับปริญญาของฉัน
ชีวิตเปรียบได้กับถนนสายหนึ่ง เราต่างเป็นนักเดินทางที่กำลังเดินไปตามเส้นทางที่มีชื่อว่า“ชีวิต” โดยมีจุดหมายปลายทางคือ “ความฝัน” ทุกๆคนต่างก้าวไปบนเส้นทางที่ตนเองเลือก แต่ก็ยังไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
“มหาวิทยาลัย”ก็เป็นเหมือนถนนสายเล็กๆ ที่เหล่านักเดินทางตัดสินใจเดินเข้ามา โดยหวังว่าถนนสายนี้จะนำพาไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งความฝัน และเส้นทางนี้ก็เต็มไปด้วยผู้ร่วมเดินทางมากมาย ที่ออกเดินทางไปพร้อมกัน ในเส้นทางแห่งฝันอันยาวไกลสายนี้
ในเส้นทางของ “มหาวิทยาลัย” ทุกคนล้วนอยากก้าวเดินไปตามทางที่สวยงามในแบบที่ตนคิด แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้อย่างที่หวังและตั้งใจเอาไว้ ในบางวันเราก้าวเดินอย่างฉับไวด้วยความเชื่อมั่น แต่บางวัน ใจดวงเดิมของเรามันกลับอ่อนล้าหมดแรงจนแทบจะหยุดนิ่ง เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคที่มาขวางกั้น
แต่หากไม่เผชิญหน้ากับอุปสรรค ก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ ถ้าเราไม่ล้มก็จะไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นอย่างไร หากไม่เจ็บก็จะไม่รู้จักการระวังตัวเองเพื่อไม่ให้เราเจ็บตัวในครั้งต่อไป ที่สำคัญคือต้องรู้จักใช้สติในการคิดและไตร่ตรองเพื่อก้าวผ่านอุปสรรคนั้น สุดท้ายแล้วจุดหมายที่เราคิดและหวังเอาไว้ ก็ไม่ยากเกินที่จะไปให้ถึง
ในยามที่ต้องเผชิญกับความลำบากจนรู้สึกท้อใจและหมดแรง ”เพื่อน”คือหนึ่งกำลังใจที่จะช่วยพาเราไปให้ถึงจุดหมาย คอยช่วยเหลือแนะนำทางเดินที่ดี ช่วยแต่งแต้มคืนวันที่มืดมนให้สดใส แบ่งปันความห่วงใยและน้ำใจให้กันเสมอเพื่อให้เราก้าวต่อไปบนเส้นทางการผจญภัยที่มีทั้งความสุขและเศร้าคละเคล้ากัน
เมื่อบรรลุจุดหมายที่สุดสายปลายทางแห่ง”มหาวิทยาลัย” แต่เรายังคงต้องก้าวต่อไป เพราะเส้นทางแห่ง “ชีวิต” ยังไม่สิ้นสุด ถึงคงเวลาแล้วที่เราคงต้องแยกย้ายกัน เพื่อไปตามความฝันใฝ่ของแต่ละคน เหมือนเวลาผ่านไปเพียงแค่เวลาเสี้ยววินาทีเท่านั้น นับตั้งแต่เดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ พอถึงเวลาที่ต้องจบการศึกษาแล้วกลับรู้สึกใจหาย แม้เมื่อก่อนจะคอยเฝ้านับวันเวลาว่าเมื่อไรจะจบซักที
ตึกคณะ หอพัก โรงอาหาร ห้องสมุด ศาลเจ้าหน้ามหาลัย ศาลาธรรม อ่างแก้ว ต้นไม้ทุกต้น อาจารย์ทุกคน เพื่อนๆ น้องๆ กิจกรรมต่างๆและอื่นๆอีกมากมายที่อยู่ในมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นภาพความทรงจำ ที่จะยังคงอยู่ในใจของเราเสมอ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แบ่งบันความรักและคอยช่วยเหลือกันเสมอมา แม้ว่าต่อจากนี้ไปเราอาจจะไม่เจอกันแล้ว และไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไร ถึงแม้ว่าเราคงต้องเศร้า แต่ต่างคน ต่างก็ไปตามทางของตนเอง มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องลาจากรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปจริงๆ
แต่ถ้าไม่มีการลาจากก็ไม่สิ่งใหม่ๆในชีวิต
จบเพื่อเริ่มต้นใหม่
ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับเป็นวันเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหญ่ ที่เราต้องเริ่มเรียนรู้ในตำราบทต่อไป เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จของชีวิต
ชีวิตของคนเราคล้ายกับกระดาษสีขาว ประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาเปรียบเหมือนพู่กันที่จะเติมสีสันให้ชีวิต เรื่องราวต่างๆมากมายจะแต้มสีจนประกอบกันกลายเป็นภาพวาด ซึ่งมีทั้งภาพที่ทำให้อบอุ่นในหัวใจจนกลายเป็นรอยยิ้มอันสดใส และบางภาพก็ทำให้เสียใจจนน้ำตาไหลนอง แต่ไม่ว่าภาพนั้นจะออกมาเป็นเช่นไร จงเก็บภาพความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ เพราะสิ่งที่พบเจอระหว่างการเดินทางล้วนเป็นประสบการณ์ชีวิตอันล้ำค่า ซึ่งทำให้เราแกร่งขึ้น และเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
แม้กาลเวลาจะนำพาให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไป
แต่ความทรงจำดีๆจะยังคงอยู่ในใจไม่เปลี่ยนแปลง
**เรียบเรียงใหม่จากเอนทรี่เก่าที่เคยเขียนไปเมื่อปีที่แล้ว
***บทความชิ้นนี้ได้นำไปตีพิมพ์ในส่วนของบทส่งท้ายในหนังสือรุ่นของคณะผมเอง
ขอบคุณที่แวะมาครับ
อะติม













