ความเดิมจากเอนทรี่ที่แล้ว http://samoodpokon.exteen.com/20120809/entry

เราได้คุยกับพี่ก้องกันไปแล้ว เกี่ยวกับการทำaday ฉบับจักรยาน ที่มาที่ไป แรงบันดาลใจ และจุดเริ่มต้นในการเดินทางกับทริป Human Ride ซึ่งเอนทรี่นี้จะมาคุยกันต่อ เกี่ยวกับเรื่องราวการเดินทาง และประสบการณ์การต่างๆที่พี่ก้องได้ไปพบเจอมา เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามกันได้ ณ บัดนี้เลยจ้า

 

 

 

ก่อนออกเดินทาง และการเตรียมตัว


ซื้อจักรยานกันตอนต้นเดือนมกรา ช่วงเดือนมกราเราก็มีโปรแกรม ทุกคืนวันพุธเราจะปั่นกันในกรุงเทพ ซ้อมปั่นประมาณ 4 ทุ่ม ถึงตี 2-3 ประมาณสัก 40-50 กิโลเมตร เพราะกลางคืนมันรถน้อย มันเย็นๆสบาย ซึ่ง 4 คืนในเดือนนั้น (ทุกพุธ) จะซ้อมปั่นจักรยานในเมือง วันศุกร์ซ้อมวิ่งที่สวนสาธารณะ วันเสาร์ปั่นทางไกล ปั่นทางไกลก็คือปั่นจากกรุงเทพออกไปที่ละหน่อย เริ่มจาก 50 กิโลเมตร 70กิโลเมตร แล้วก็สูงสุดคือ ไปกลับให้ได้ 100 กิโลเมตร เพราะเราวางแผนไว้แล้วว่า ในแต่ละวันที่จะปั่น เราจะปั่นให้ได้ไม่เกิน 100 กิโลเมตร ดังนั้นถ้าเราปั่น 100 กิโลเมตรแล้วรอด ก็แปลว่าทริปนี้เราน่าจะรอด ก็เตรียมตัวประมาณนี้ครับ หาซื้อจักรยานกัน เปลี่ยนจักรยานกัน เช่น ของพี่ซื้อโตเกียวไบค์มาแล้วก็พบว่าเอาเข้าจริงๆแล้วมันไม่รอดหรอก ประมาณนี้ครับ

 

 

 

มือใหม่หัดขับกับเรื่องการหลงทาง 


หลงนี่มีตลอด หลงทางแทบทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง คือปั่นทางไกลน่ะครับ ปั่นทางไกลเส้นทางอะไรก็ไม่ได้แม่นยำมากนัก ก็ต้องไปเดาๆกันตลอดทาง ปั่นกันไป ถามกันไป แล้วยิ่งปั่นกันแค่ 6 คน พอปั่น 6 คนแล้วเราปั่นกันตามแรงตัวเอง คือใครฟิตแค่ไหนก็ปั่นไปก่อน แล้วระยะห่างมันจะเยอะมาก บางทีไอ้คนที่รู้ทางมันไม่ได้อยู่คนแรก เป็นคนรู้ทางแล้วดันมาอยู่คนสุดท้าย คนนำนั้นดันไม่รู้ทาง แล้วยิ่งปั่นกันเร็วๆมากๆ ไอ้คนรู้ทางตามไปบอกไม่ทัน ว่า เฮ้ย!มันจะเลยแล้ว จอดก่อน ก็จะมีเหตุการณ์ปั่นไส้แตกแบบ 10กิโลก็มี ปั่นเลยไป 10 กิโล ไปกลับก็ 20 กิโลก็มีเหมือนกัน ไอ้การปั่นหลงพี่ว่ามันก็เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องโจ๊กกับทุกคนตลอดเวลา มันก็เลยจะมีพวกกลุ่มแรงๆเนี่ยซึ่งอยู่ข้างหน้า โอกาสหลงมันก็จะสูงมาก พวกนี้จะปั่นกันหลงประจำ มันก็จะเกิดคำพูดในหมู่พวกเรากัน ซึ่งวาทะเด็ดคือ ไม่รู้อย่านำ คือไม่รู้ทางอย่าไปนำ เดี๋ยวหลงเปล่าๆ ก็เนี่ยฮะเป็นเรื่องสนุกๆที่ได้จากการหลงทาง

 

ไม่เสียอย่าซ่อม หนึ่งคำที่ต้องจำไว้ให้แม่น  


ที่เราได้เรียนรู้มากจากการปั่นในช่วงแรกๆ ก็คือว่า ไม่เสียอย่าซ่อม คือก่อนมาเนี่ย พี่ปานซึ่งเป็นนักปั่นจักรยานทัวริ่ง เข้าให้พรมาอย่างหนึ่ง เค้าบอกว่า เวลาว่างๆนั่งพักกินน้ำ ก็ลองไขน็อตต่างๆของรถดู ว่าอะไรมันไปเคลื่อนหรือเปล่า บางทีขี่ไปเด้งๆๆน็อตมันเคลื่อนมันหลวม มันไม่แน่น ก็ลองไขๆดู แต่ว่าความเป็นจริงแล้วเนี่ย เหนื่อยๆแบบนี้ไม่มีใครเค้าทำกันหรอกครับ โคตรเหนื่อยใครจะมานั่งเช็ครถกันล่ะ

 

แต่ว่าวันหนึ่ง”โต”ก็นึกถึงคำพูดของพี่ปานขึ้นมาได้ว่า เฮ้ยลองเช็ครถดูหน่อย ก็ลองไขน็อตตามจุดต่างๆของรถดู ไขเสร็จปั๊บ น็อตหัก!! น๊อตตรงอานหักเป็น 2 ท่อนเลย พอหักแล้วมันก็ขี่ต่อไม่ได้ ซึ่งมันวุ่นวายมากกว่าจะไปหาร้านซ่อมได้ ก็เลยมีคำพูดว่า ไม่เสียอย่าซ่อม

 

อย่างวันถัดมาขับไปลำปาง เจออดีตนักปั่นทีมชาติคนหนึ่งเค้าต่อเฟรมจักรยานอยู่ เค้าเดินมามองรถของเอี่ยว มองตาเปล่าเลยนะ บอกว่า”น้อง อานน้องตั้งเองไปด้านหลังมากไปหน่อย เอนมาข้างหน้าอีกนิดเดียวมันจะนุ่มสบายเลยนะ ขี่แล้วจะไม่เป็นมะเร็งที่ไข่ ขี่อย่างนี้เดี๋ยวมะเร็งแดกไข่หมด” ซึ่งซินแสมาทักขนาดนี้ จิ้งจกทักยังเชื่อเลย นี่เขาแค่มองปราดเดียวยังรู้ว่าอานมันตั้งผิดอ่ะ คือไขนิดนึงก็สบายไปแล้ว แต่ว่ามีประสบการณ์แล้วว่าอะไรไม่เสียอย่าไปซ่อม ก็ทนขี่อย่างนี้แหล่ะ ไม่เป็นไร ไม่ซ่อม

 

 

 

 

 

เรื่องเล่าของจักรยานผ่านผู้คนที่ได้พบ


ที่เจอทั้งหมดเป็นคนที่รักจักรยานในรูปแบบต่างๆ ก็มีทั้งเจอโดยบังเอิญบ้าง นัดไว้บ้าง หลักๆแล้วก็เป็นคนสะสมจักรยานเก่าซะส่วนใหญ่ ก็ได้เจอคนรูปแบบต่างๆเยอะมาก แล้วทำให้เราเข้าใจคนประเภทต่างๆเยอะขึ้น ถ้าให้ยกตัวอย่างคนที่เซอร์ไพรสหน่อย ก็ที่ลาวละกัน

 

คือปกติเวลาเราไปที่ไหนก็ตาม เราจะไปถามพวกร้านจักรยานเพื่อขอเบาะแสว่าที่นี่มีคนสะสมจักรยานเก่ารึป่าว หรือมีร้านจักรยานเก่าๆที่ไหนขายอยู่บ้าง จะขอข้อมูลเค้าหน่อย ทุกที่ก็โอเคหมด ไปที่ลาวเนี่ย ร้านจักรยานเกือบทั้งหมดมีเจ้าของเป็นคนเวียดนาม เพราะมันใช้ทุนสูง คนลาวไม่ค่อยมีเงิน คนเวียดนามที่เป็นคนจีนจะมีตังเยอะ ก็จะเป็นเจ้าของร้านจักรยาน แต่พวกนี่เขาเคี่ยวมาก ก็ไปถึงร้านจักรยาน ร้านใหญ่ที่สุดเลยนะของลาว ไปปั๊บ ก็แบบว่าเออเนี่ยแถวนี้มีร้านจักรยานมั๊ยย จักรยานอะไรขายดี เค้าก็ตอบ ไม่รู้ ไม่มีข้อมูล ไม่ให้ ไม่บอก ทำหน้าเป็นตูดมาก ทั้งร้านมี 4-5 คน ก็พวกพี่น้องกันอ่ะ อายุซัก 40 บอกไปๆไปหาเอง แล้วก็อย่ามาจอดหน้าร้าน ไปๆๆๆ เราก็หงุดหงิดมาก แบบ เฮ้ย!อะไรวะ ไม่บอกก็ไม่บอก ทำเหมือนเรามาทำเขาเสียเวลาหากิน แล้วไล่เราออกจากร้าน ก็เป็นครั้งแรกที่ผิดหวังมาก ออกจากร้านมาคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวหาเองก็ได้ ไม่ง้อก็ได้

 

เดินออกจากร้านมาปั๊บเดินไปได้ 3 ก้าว เจอคนลาวคนแรกก็ถามเค้าเลย พี่ครับแถวนี้มีร้านจักรยานอีกบ้างมั๊ยครับ เค้าก็บอกว่า ร้านนี้ไงน้อง(ร้านเมื่อกี๊) ผมไปมาแล้วพี่ เค้าก็บอกว่า โห!แถวนี้ไม่มีแล้ว แถวนี้มันไม่มีหรอก ปิดหมดแล้ว แต่ว่าพี่ขี่จักรยานนะ บ้านพี่ก็มีเยอะนะไปดูมั๊ย เออไปครับพี่ เค้าก็เดินพาไปบ้านเค้า เดินตามไปซัก 50 เมตร ใกล้มากเดินเข้าไปในซอย เป็นซอยกึ่งๆสลัมอ่ะครับ

 

คือเข้าไปปั๊บ ภาพแรกที่เห็นคือจักรยานวินเทจเสือหมอบญี่ปุ่นแบบเป็นของที่มีค่ามาก ขายได้ประมาณคันละ 3-4 หมื่น มีอยู่เกือบๆ 20 คัน เป็นกรุแบบ โอ้โห!พี่ไปหามาจากไหน คือเราก็แบบมองหน้ากัน เฮ้ย!! ที่นี่มันคือที่ไหนวะ คือไม่คิดว่าจะได้เจอจักรยานแบบนี้ที่ลาวอ่ะครับ เค้าเก็บแต่ตัวดีๆหมดเลย ยี่ห้อดีๆ รุ่นหายากมากๆ เราก็มานั่งตื่นเต้นในบ้านเค้า พี่เค้าก็เล่าให้ฟังว่า เพิ่งหัดขี่จักรยานได้ 2-3 ปี เพราะสุขภาพไม่ดี เพื่อนเค้าเป็นมะเร็งในสมองก็ขี่แล้วหาย เขาก็เลยมาลองขี่บ้าง ขี่ไปขี่มาก็ไปเรียนคอร์สโค้ชจักรยานโอลิมปิคที่ต่างประเทศ เป็นคอร์สที่เรียนจบแล้วสามารถเป็นโค้ชจักรยานได้ มีใบอนุญาตในการเป็นโค้ชได้ แต่เค้าบอกว่าแก่เกินกว่าจะเป็นนักปั่นเองแล้ว กลับมาก็มาเป็นกรรมการตัดสินจักรยานที่ซีเกมส์ มีใบCertificateเต็มบ้านเลย

 

 

 

 

คุณค่าของจักรยานที่มากเกินกว่าจะตีค่าด้วยจำนวนเงิน



อย่างที่ไปลำพูนเจอคุณยายคนหนึ่งมีจักรยาน Raleigh อายุ 50 ปีคันหนึ่งซึ่งมันสมบูรณ์มาก เค้าก็บอกว่ามีคนมาขอซื้อตลอดเวลานั่นแหล่ะ ถ้าจะขายก็ได้หลายพัน แต่บอกว่าไม่ขาย เพราะว่าคันนี้แฟนเค้าซื้อให้เมื่อ 50 ปีก่อนเป็นของขวัญ ตอนนี้แฟนยายตายไปแล้ว ก็เหมือนเป็นของดูต่างหน้าชิ้นหนึ่งที่แฟนซื้อให้ แล้วก็รู้สึกว่ามันดีที่ได้เจอเรื่องพวกนี้ระหว่างทาง คือรู้สึกว่าจักยานเก่า เค้าซื้อกันถูกมากเลยนะ บางทีคันละ 500 เอง

 

แต่ของเหล่านี้ที่จริงมันมีค่ามาก บางทีเรื่องราวมัน จะบอกว่ายิ่งใหญ่เท่าชีวิตก็ได้ แต่คนนอกมองเห็นมันเป็นเพียงวัตถุ เป็นจักรยานเก่าๆคันหนึ่ง ก็จะให้ค่ามันแค่วัตถุที่มันมีอยู่ แต่ว่าจริงๆแล้วจักรยานมันมีคุณค่าเชิงจิตใจ มันมีคุณค่าเชิงจิตวิญญาณ อย่างที่อาจารย์จุลพรเคยบอกไว้ครับว่า ของอะไรก็ตามจะมีจิตวิญญาณบางอย่างอยู่ ซึ่งจิตวิญญาณพวกนี้เงินเท่าไรมันก็ไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ และสิ่งเหล่านี้มันมีค่ามาก ก็ควรจะเก็บรักษาเอาไว้ พี่ก็รู้สึกว่าจักรยานมันเป็นของประเภทหนึ่งซึ่งเอื้อให้มีจิตวิญญาณอยู่ในจักรยานสูงมาก เพราะเรื่องราวกับการใช้งานของมันจะมีของพวกนี้เยอะครับ

 

 

 

 

 

 

เรื่องราวต่างๆยังมีอีกเยอะเลยครับ แต่ถ้าจะให้เล่าทั้งหมดคงจะต้องใช้เวลาอีกยาวแน่ๆ คิดว่าหลายคนคงได้อ่าน a day ฉบับจักรยานกันมาแล้ว ถึงการเดินทางของพวกเขาได้จบลงไป แต่การปั่นจักรยานของพวกเขายังคงดำเนินต่อไปในชีวิตประจำวันอย่างไม่สิ้นสุด สำหรับผู้รักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจนั้น คงต้องเรียกได้ว่า แม้ขาหลุดก็คงไม่หยุดปั่นเลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจ แต่ยังไม่มีจักรยานไว้ใช้ ก็น่าจะหาไว้สักคัน เพราะประสบการณ์มันส์ๆแบบนี้ ต้องลองไปสัมผัสด้วยตนเองเท่านั้น เรื่องราวต่างๆผ่านทริปนี้ยังมีอีกมากมาย ซึ่งพี่ก้องเองได้บอกว่า คงจะมีพ็อคเก็ตบุ๊คตามมาอีกประมาณ 2 เล่ม ซึ่งแฟนๆหนังสือของพี่ก้องก็เตรียมตัวรอไว้ได้เลย 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่แวะมาครับ

อะติม 

 

Comment

Comment:

Tweet

อิจฉาประสบการณ์ดีๆแบบนี้จังเลย อ่าาาาาาาาาาา Hot! Hot! Hot! Hot!

#12 By posasa on 2012-08-24 14:47

ยิ้มไปกับประสบการณ์จักรยาน
ไอ้เจ้ายานพาหนะที่ดูเหมือนจะธรรมดา ไม่มีอะไรที่พิเศษไปกว่าพาเราเคลื่อนที่ กลับมีเรื่องราวที่น่าประทับใจหลายอย่าง 
มันก็คงเหมือนสมุดบันทึกที่เคลื่อนที่ได้

Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By จับฉ่าย on 2012-08-20 23:12

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ถ้าพี่ปั่นไหวนะ น่าไปปั่นกับเขาบ้างจัง

แค่ดูคนอื่นปั่นยังสนุกเลย big smile big smile

#10 By YiM-YiiM on 2012-08-20 21:48

@playguzzii  ส่วนใหญ่จะเป็นจักรยานยี่ห้อ Raleigh ครับ ส่วนรุ่นนี่ไม่แน่ใจเหมือนกันฮะ  confused smile confused smile

#9 By นายอะติม on 2012-08-19 18:53

โอ้ววว คันละ 500 เอง ///ชอบจักรยานในรูปที่สองอ่ะ มันคือรุ่นอะรัยหรอคะ big smile big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วสนุกจัง...
อยากให้บ้านเรามีเลนจักรยานบ้าง...
big smile
ชื่นชอบเช่นกัน confused smile Hot!

#6 By ปิยะ99 on 2012-08-18 20:40

sad smile

#5 By pandora (103.7.57.18|122.242.190.202) on 2012-08-18 17:49

Hot! ....เห็นในหนังสือก็น่าชื่นชมกับความพยายาม
Hot! ....ได้ความบันเทิงในการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน
Hot! ....ประสบการณ์ที่การเดินทางที่หาไม่ได้จากเครื่องยนต์
.
....ชอบครับ^^
surprised smile'bike cool!'

#4 By tawato on 2012-08-18 15:58

ติดตามเรื่อยมา ผมรู้สึกว่าเริ่มมีแรงบันดาลใจที่ดีกับจักรยานมาก
ได้แต่ภาวนาให้คลองถนน บางใหญ่ มันทำเสร็จ
จะได้เดินทางด้วยจักยานบ้างครับ...
confused smile confused smile confused smile
Hot! Hot! Hot!

#3 By Ruj Rattanapahu on 2012-08-18 15:12

ช่วงนี้ถนนหน้าบ้านทำไม่เสร็จ ขี่ไปไหนมาไหนไม่สะดวก
ออกกำลังกายแบบปั่นด้วยเครื่องปั่นอยู่ในบ้าน
แค่สิบกิโลเมตรก็เหนื่อยแล้ว เจ็บเข่านิดหน่อยด้วย
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-08-18 13:27

Hot! Hot! Hot! Hot! big smile

#1 By วิหคสีคราม on 2012-08-18 12:01