Interview04 : Nokhookdesign

posted on 03 Oct 2012 13:59 by samoodpokon in Interview directory Lifestyle, Knowledge, Idea

 

 

 

ไม่ได้อัพคอลัมน์ Interview ซะนาน วันนี้เลยขออัพซะหน่อยฮะ

 

เอนทรี่นี้เป็นการพูดคุยกับ พี่แก๊งค์ - อนุกูล เหมาลา นัดออกแบบกราฟิกผู้ใช้นามว่า "นกฮูกดีไซน์"

ซึ่งมีBlogใน exteen เหมือนกัน คือ http://nokhook69.exteen.com บางคนอาจจะเคยเห็นผลงานของเขามากันบ้างแล้ว เอาล่ะ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันได้เลยฮะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แก๊งค์ – อนุกูล เหมาลา หนุ่มชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางด้านสถาปัตยกรรม ตั้งแต่ระดับชั้น ปวช แล้วมาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ เจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์สถาปัตยกรรม แม้จะเรียนทางด้านสถาปัตยกรรมมาโดยตลอด แต่อาชีพที่ยึดเป็นงานหลักกลับเป็นด้านกราฟิกดีไซน์

 

 

 

 

 

นอกจากงานด้านกราฟิกดีไซน์แล้ว อนุกูล เหมาลา ยังชื่นชอบงานเขียนอีกด้วย ในช่วงที่กำลังศึกษาเขาเคยทำหนังสือทำมือ 2 เล่ม คือ “โปรเจคดีไซน์” และ “ยินดีต้อนรับสู่หน้ากระดาษที่เหลืออยู่” จนได้รับรางวัลดีเด่น MBK INDY BOOK AWARD มาแล้ว ปัจจุบันเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นอีกหลายเรื่อง เช่น “เหตุการณ์กระดาษ”,“MAD เรื่องสั้นกลายพันธุ์” และเล่มล่าสุด “ฟอสซิลจัง”

 

 

 

 

 

เขามีร้านเล็กๆเป็นของตัวเอง ชื่อร้านนกฮูกดีไซน์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อันเงียบสงบกลางเมืองเชียงใหม่ ภายในเต็มไปด้วยสินค้าทำมือที่ได้รับการออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ เสื้อลายต่างๆ โปสการ์ด กระเป๋าสุดเก๋ ดูแล้วเย้ายวนใจ ชวนให้ซื้อไปครอบครอง และตอนนี้เขายังมีแกลเลอรีเล็กๆชื่อว่า NHD Art Gallery โดยตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนๆนำผลงานมาจัดแสดงกัน

 

 

 

 

 

ด้วยความสนใจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานด้านกราฟิกดีไซน์ สร้างสรรค์ผลงานภาพประกอบ งานเขียน และทำงานศิลปะ ถึงแม้จะไม่ได้ทำงานตรงกับด้านที่เรียนมา แต่เขาก็ทำในสิ่งที่ตนเองชอบอย่างมีความสุขและตั้งใจ วันนี้เราจะมานั่งคุยกับเขา กับเรื่องราวชีวิต ความคิด ความฝัน และการเดินทางของนกฮุกดีไซน์กันครับ

 

 

 

 

 

 


จากการเรียนคณะสถาปัตยกรรม ตอนแรกตั้งใจที่จะทำงานด้านนี้หรือเปล่า 

ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจ เหมือนเรียนมาตั้งแต่เริ่มแรก ก็ตั้งแต่ ปวช. ปวส. เมื่อก่อนคิดว่าถ้าเรียนด้านอาร์ตโดยตรงมันจะหางานยาก เลยมาเรียนสถาปัตยฯ แต่ก็ไม่ได้ชอบสถาปัตยฯมาก ก็เรียนได้ พอจบมารู้ว่าตัวเองไม่ชอบ เลยเบนมาทำด้านสิ่งพิมพ์ เงินจะน้อยหน่อย แต่โอเคเลือกแล้ว ไปเป็นเลย์เอาต์ให้กับนิตยสาร แต่ไม่ใช่นิตยสารเกี่ยวกับอาร์ต เป็นนิตยสารคอมพิวเตอร์ ทำที่นั่นได้6เดือน เลยออกมาอยู่เชียงใหม่

 

 

 

 

 

กลับมาเชียงใหม่แล้วทำอะไร

ก็ทำงานประจำ สิ่งพิมพ์ทั่วไป ทำโรงพิมพ์บ้าง ก็ย้ายมาอยู่นิตยสารCOMPASS ทำหนังสือท่องเที่ยว 5 ปี ทำตรงนั้นมันมีเวทีให้เรา เช่น ออกแบบภาพประกอบ ก็ทำมั่วๆไป ส่งประกวดบ้าง ตอนนั้นไม่ค่อยมีประกวดกราฟิกเท่าไร จะมีภาพประกอบ นิทาน เราส่งก็ไม่ได้รางวัลหรอกนะ สมัยนั้นเหมือนคอมพิวเตอร์ยังไม่ได้อยู่ในหมวดของอาร์ท คณะที่เปิดสอนก็เพิ่งมามีทีหลัง

 

 

 

 

 

มาเป็นนกฮุกดีไซน์ได้อย่างไร 

ถ้าเอาเป็นร้านเลยก็นับย้อนหลังไป 4 ปี แต่ถ้าทำในนามของนกฮูกดีไซน์จริงๆก็คือประมาณ 6 ปี เพราะทำตั้งแต่ตอนอยู่นิตยสาร ก็ใส่เป็นนามปากกา ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องเป็นร้าน หรือเป็นโปรดักส์ เหมือนลองทำเล่นๆดู ช่วงที่ลาออกก็เอาเสื้อยืดไปขายที่ถนนคนเดิน ช่วงปีพืชสวนโลกครั้งแรก พอขายได้ก็เริ่มทำเพิ่มขึ้น คราวนี้ทำไปก็เริ่มมีปัญหา เขาบอกว่าสินค้าที่เป็นเสื้อยืดหรืองานคอมพิวเตอร์มันไม่ใช่วัฒนธรรมล้านนา เราก็เลยเริ่มศึกษาเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเรา เริ่มอ่านหนังสือ เริ่มดูประวัติศาสตร์ อยากยึดว่าถ้าเราอยากเอาความทันสมัยกับ Old Culture มารวมกันเป็นงานสไตล์เรา มันจะมีช่องทางมั๊ย เริ่มทำกับลายเสื้อก่อน ก็ค่อยๆพัฒนาไป ครั้งแรกก็ขายยากหน่อย ค่อยๆทำมาก็โอเค ประจวบกับช่วงนั้นทำe-Book แจกฟรีชื่อ “โฮะ”กับเพื่อนสองสามคน ทำให้มีคนรู้จัก แต่เราก็ไม่ได้รู้เรื่องล้านนาลึก เราก็ทำแบบที่มันน่าจะเป็นตัวเราที่สุด ก็เลยยึดแนวนี้ไว้ แต่ก็ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าจะต้องทำแค่แนวนี้ หลังๆก็ออกแบบฟอนต์ ออกแบบปกหนังสือ ที่เป็นงานตามโจทย์ลูกค้า งานกราฟิกตามโจทย์ลูกค้าก็ทำ ก็แยกเป็นสอง งานลูกค้าก็ทำตามโจทย์ มีอะไรก็ทำ งานส่วนตัวก็จะมาจากเราตั้งโจทย์เอง  

 

 

 

 

 

แล้วในสมัยนั้นผลงานคนอื่นๆเป็นอย่างไร 

ก็มีแบบเป็นออริจินอล และถ้าโมเดิร์นไปเลยก็จะเป็นฝั่งตะวันตกไปเลย แต่จะไม่มีคนที่เอาสองอันนี้มาบวกกัน เราเลยเห็นว่ามีช่องว่างอยู่ก็เลยอยากทำ เราเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่มันเชื่อมกัน ยุคที่เปลี่ยนจากอนาล็อกเป็นดิจิตอล เราไม่อยากให้มันกระโดดเกินไป เราอยากให้มันเชื่อมต่อกันเนียนๆกลมกลืน ในอนาคตเราอาจจะเดาไม่ได้ละ แต่ว่าอย่างน้อยในปีที่เราทำมันก็ยังเกิดการเอากราฟิกกับความเป็น Cultureเดิมๆมารวมกันได้ แล้วปีต่อไปมันจะก้าวกระโดดไปเราก็เดาไม่ได้ แต่เราไม่อยากให้มันหายไป เราไปอ่านประวัติศาสตร์เรารู้ว่าถ้าเราจะเกิด เราจะป๊อบหรือว่าดังได้ เราต้องทิ้งของเก่าต้องรื้อสร้าง ซึ่งประวัติศาสตร์ศิลป์จะเป็นแบบนี้ พอหมดยุคนี้ ยุคนี้เสื่อมก็จะมียุคใหม่ เป็นโมเดิร์นอาร์ท เป็นโพสโมเดิร์น เราคิดว่าเราเป็นตัวกลางๆเชื่อมระหว่างสองยุคนี้ เราไม่รู้ว่าอนาคตเขาจะทำอะไร แต่ว่าเราอยากอยู่ตรงกลาง ให้ของเก่ายังอยู่แต่อยู่ในรูปลักษณ์ที่มันร่วมสมัย

 

 

 

 

 

เห็นว่าเขียนหนังสือด้วย 

ไอเดียแรกคืออยากทำหนังสือเป็นของตัวเอง ชอบเขียนหนังสือ บวกกับตอนที่ตั้งแต่เรียน เราทำหนังสือส่งอาจารย์ แทนที่จะทำสถาปัตย์ส่งเราทำหนังสือเป็นเล่ม เรามีเรื่องสั้นอยู่ เราอยากทำแต่นานๆจะออกเป็นเล่มจริง รวมเล่มแรกก็ส่งประกวดพวกหนังสือทำมือ เมื่อก่อนเทคโนโลยียังไม่ดีขนาดนั้น ผมก็ไปซีรอกส์เอา เดินขายเองในมหาลัย พอส่งประกวดก็ได้รางวัลดีเด่น ตอนนั้นมันมีพวก Indy Book ส่งก็ได้รางวัลมา อีกสองปีถัดมาก็ส่ง ก็ได้รางวัลอีก ก็เอาเล่มล่าสุดมาทำเล่มเป็น เหตุการณ์กระดาษ ก็ออกแบบเอง ทำปกเอง แต่ไม่ได้ขายเอง ตอนนั้นก็ให้ออฟฟิสทำให้ ตอนนั้นอยู่นิตยสารCompassก็ให้เขาจัดจำหน่ายให้ อีกสี่ปีก็ถึงจะทำอีกเล่มเป็น Mad ทำกับเคหวัตถุ กับอาจารย์ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์ ก็ให้อาจารย์เขียนคำนำให้ ไม่รู้มันขายได้รึเปล่า มันจะงงๆเพราะว่ามันคล้ายสมุดสเก็ตซ์ ผมไม่ได้สร้างโครงเรื่องให้มีหลักการ เหมือนเราฝันแล้วมันเปลี่ยนฉาก บ้างครั้งเรื่องมันเอาไปวาดรูปไม่ได้ มันมีดีเทลที่เยอะกว่าการวาด เราก็ต้องเขียน มันก็คือสื่อหนึ่งที่เราจะสามารถแสดงความคิดของเรา ในรูปแบบของเราได้ ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกขนบวรรณกรรมเท่าไร แต่ถ้าอันไหนวาดได้ผมก็จะวาด เพื่อเล่าสิ่งที่ผมอยากจะบอก แต่ไม่ได้คิดเรื่องการตลาด พอไม่ได้คิดเรื่องการตลาดก็เลยฟรีหน่อย แต่อาจจะอยู่ไม่ได้นะ เลยต้องไปทำงานประจำเพื่อเอาเงินตรงนั้นมาทำเป็นโปรเจคเล่นของเรา

 

 

 

 

 

แล้วตอนนี้ยังทำงานประจำอยู่ไหม 

ก็ทำงานประจำ ทำเกี่ยวกับพวกแบรนด์ พวกโฆษณาให้ลูกค้า อันนั้นก็จริงจังนิดนึง ก็จะมีงานส่วนตัวปนได้หน่อยนึง แต่ว่าส่วนใหญ่ก็มาจากลูกค้า

 

 

 

 

 

 

นักออกแบบกราฟิก ในความหมายแล้วมันคืออะไร ต้องทำอะไร 

ของผมไม่ได้เรียนมาตรงๆ บอกไปไม่รู้มันจะถูกรึเปล่านะ ตอนเริ่มทำเราก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เราชอบไปหมดเลย เรามีพื้นฐานมีความชอบหลายอย่าง กราฟิกในความหมายผมก็คือนักเล่าเรื่องมากกว่า เล่าเรื่องให้คนโดยมากเข้าใจ ถ้าเป็นสื่อแอนนิเมชั่นก็ต้องเอาฟุตเทจต่างๆมารวมกันแล้วเล่าเรื่อง เป็นคนจัดการหลายๆอย่างให้มันเป็นก้อนเดียว กราฟิกอาจจะไม่ได้ไปทำSourceเอง แต่ว่ารวมรวมของคนอื่นๆ เช่น การทำหนังสือ เราอาจจะไม่ได้เขียนเอง เราอาจจะไม่ได้วาดภาพปกเอง แต่เราเป็นคนเรียงฟอนต์ เราเป็นคนเลือกใช้ฟอนต์นี้ให้เหมาะกับเรื่องที่เขาเขียน มันเป็นเซนส์อย่างหนึ่ง คือคุณต้องอ่านของเขา แล้วคุณต้องจินตนาการว่าเนื้อหาของเขาพูดถึงเรื่องอะไร พูดถึงสีอะไร คือเราต้องเอาออกมา เอาออกมาจากสิ่งที่เรารับมา เอามาทำให้มันเป็นก้อน ทำให้ทุกอย่างมันกลมขึ้น มันจะแยกกันกับพวกทำภาพประกอบ ภาพประกอบมันก็คืออ่านแล้วก็ทำ มังงะก็อีกแบบหนึ่ง มันก็อาร์ทเหมือนกัน แต่มันจะพูดอีกแนวหนึ่ง ภาพประกอบอาจจะไม่ต้องดูปุ๊บแล้วรู้ปั๊บ ลายแพทเทิร์นที่มันอยู่ในโปรดักส์ จะต้องอแดปให้มันป็อบขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่รู้ว่ามันเป็นกราฟิกหรือเปล่าแต่เราชอบ ผมคิดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราจะไม่มีอาชีพแบบนี้ละ มันจะมีคำว่าดีไซน์เนอร์ นักออกแบบกราฟิกก็จะหายไป คือเราสามารถดีไซด์ได้เอง

 

 

 

 

 

 

หายไปคือ 

ก็ไม่ได้หายไป คือคำจำกับความว่ากราฟิกจะทำแต่เลขศิลป์ ทำแต่เรียงรูปนี่ไม่ใช่ละ คือเราสามารถคิดคำก็ได้ เราเป็นอาร์ทไดเรคเตอร์ เหมือนเป็นศิลปินน่ะ เราถ่ายทอดและคิดคำพวกนั้นเอง เดี๋ยวนี้ไอโฟนถ่ายภาพแล้วเอามาใช้ในงานเลยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีกล้องโปร มันอยู่ที่ไอเดียละ ไอเดียใครสดกว่า ไอเดียใครเจ๋งกว่า มันก็จะไม่มีคำว่ากราฟิก จะเป็นคนนี้คือArtist คนนี้คือผู้คิด นำเสนอแบบนี้ ซึ่งคุณอาจจะไม่ต้องเรียนก็ได้ คุณอาจจะเป็นวิศวกรแล้วคิดงานขึ้นมาก็ได้

 

 

 

 

 

เพราะเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญที่ทำให้คนผลิตผลงานได้ง่ายขึ้น

เมื่อก่อนอาจจะข้อจำกัดเยอะ จะทำ e-Bookยังยากเลย เดี๋ยวนี้คุณแค่ถ่ายรูป โยนเข้าไปในแอปพลิเคชั่นสักอย่าง โยนปุ๊ป มันเป็น e-Bookให้เลย คือคุณไม่จำเป็นต้องเรียน แต่ว่าท้ายสุดมันก็ต้องมีไอเดีย ไม่งั้นมันจะเป็นแค่เอกสารธรรมดาๆ เราจำเป็นต้องไปจ้างคนทำอีกหรือไม่ คงไม่แล้ว มันง่ายแล้ว อีกหน่อยก็โยนเข้าไอแพดแล้วมันแปลงให้เลย ดีไซน์เนอร์ก็ต้องปรับตัว เราอย่ายึดติดว่าเราเป็นผู้มีสกิลสูงอยู่คนเดียว ในเมื่ออนาคตมันเป็นอย่างนี้แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าไปสู่ข้างใน กลับเข้าไปใหม่ กลับไปอ่าน ไปเรียนรู้ ไปศึกษาสิ่งที่มันมาจากข้างในเราเป็นพื้นฐานก่อน แล้วมันก็จะออกมาเอง เทคโนโลยีมันก็แค่ทำให้เราง่ายขึ้นเท่านั้นเอง  

 

 

 

 

 

 

มีแนวทางแก้ไขปัญหาในการทำงานอย่างไร 

เวลาเราทำงานเราก็ต้องดูข้อจำกัดด้วย เรื่องเงิน เรื่องการผลิต เราต้องสร้างโจทย์ว่าเมื่อเราไม่มีอะไรเลย เราจะทำจากอะไร สมมุติว่าเราไม่มีโรงงานสกรีนขนาดใหญ่ เราจะทำยังไงให้ได้โปรดักส์ สมมุติว่าเราสกรีนได้แค่สีเดียว เราก็ต้องออกแบบด้วยการใช้สีเดียวให้ได้ ไม่ใช่ทำให้ได้สามสีแต่ไม่มีใครสกรีนให้ อย่าไปฝืนตัวเอง เราก็ต้องคิดว่าเรามีแค่นี้เราจะทำกับวัตถุดิบแค่นี้ยังไง เราจะจัดการยังไงกับต้นทุนตรงนี้ เอาสิ่งที่มีอยู่มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ค่อยๆเดินไปตามงบของเรา 

 

 

 

 

 

 

มีอะไรที่อยากจะฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานด้านนี้ 

มันต้องอดทน เพราะว่าบางทีมันก็ไม่ได้เงิน ถ้าจะทำงานที่เป็นส่วนตัวนะ ถ้าจะทำงานลูกค้าก็ต้องเป็นลูกค้าจริงๆ ต้องแยกกันเลยนะ ไม่ใช่เอาตัวเราเป็นใหญ่ มันต้องแยกให้ออกว่าอันไหนงานเล่น อันไหนที่ต้องทำตามโจทย์ แล้วก็ต้องอดทนว่า บางทีงานบางชิ้นมันอาจจะไม่ได้เงิน แต่ว่าได้ฝึกประสบการณ์ ส่วนใหญ่เด็กก็อยากได้ทางลัด อยากให้เป็นอย่างนี้เลย แล้วลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้หาตัวเอง ยังไม่ได้ถามตัวเองว่าเราอยากทำจริงๆหรือว่าทำตามเทรนด์ ทำตามกระแส ให้เรามีคนไลค์เยอะๆหรือเปล่า เพราะถ้าเราไปหวังให้คนไลค์เยอะๆมันก็ได้แปปเดียว มันไม่ใช่ตัวเรา วันนี้วาดไปเราอาจไม่มีคนตอบเราเลย ไม่มีคนคอมเมนต์เราเลย เราเขียนเรื่องแล้วไม่มีคนตอบเลย แต่เราต้องอย่าหยุด ผมก็เขียนเรื่องแล้วตอนแรกมีคนคอมเมนต์แค่อันเดียว แต่ว่าเราเขียนบ่อยๆมันก็จะเริ่มมีคนตามหาเรา เค้าก็จะย้อนกลับมาหาอ่านอันหลังๆ เราก็จะย้อนกลับมาดูได้ว่าสี่ปีที่แล้วเราทำอะไร แต่ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรเลย สี่ปีที่แล้วมันจะโบ๋ สี่ปีที่แล้วคุณตามคนอื่นอยู่ คุณไม่ได้สร้างอะไรใหม่ๆให้กับสังคมเลย มันก็จะเป็นช่องว่าง ถ้าคิดอะไรใหม่ๆได้ก็ทำไปก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวมันก็เหมือนจะเป็นก้าวให้เราพัฒนาในอนาคต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่างที่บอก คือต้องอดทน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามผลงานของเขาได้ที่ www.nokhookdesign.net

Facebook  http://www.facebook.com/nokhookdesignstudio

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่แวะมาครับ

อะติม

 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากๆครับ  คาสิโนออนไลน์

#26 By britrocker1234 on 2016-05-13 02:37

ขอบคุณที่แบ่งปันค่า

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------


คาสิโนออนไลน์ / holiday palace / gclub

#25 By ku25312531 on 2015-10-10 02:15

เยี่ยมอ่าคะ
บาคาร่า
บาคาร่าออนไลน์

#24 By เจี๊ยบ (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-04-30 15:40

ฝากด้วยนร๊า สติ๊กเกอร์ไลน์น่ารักกวนๆ ขอบคุณจร้า
คลิก >> https://store.line.me/stickershop/product/1083371/en

#23 By (125.24.146.196|125.24.146.196) on 2015-04-16 17:14

โห เก่งมากเลยคะ


---------------------------------------------------------------Dried Mushrooms

#22 By (161.202.93.207|161.202.93.207) on 2015-03-30 15:05

is9S5L <a href="http://hhfkbtclnqlc.com/">hhfkbtclnqlc</a>, jwpfvjprgpcp, [link=http://vuyhcrihiecr.com/]vuyhcrihiecr[/link], http://gnoczgteuxtn.com/

#20 By uCkYqyTfQA (103.7.57.18|188.92.74.112) on 2013-03-26 16:47

อ่อนกฮูกดีไซต์นี้เอง confused smile Hot! Hot! Hot! Hot!

#19 By NegativeART on 2012-10-10 18:53

"อยู่ตรงกลาง รักษาวัฒธรรมดั้งเดิมแต่ก็ต้องร่วมสมัย"ชอบๆHot!

#18 By ราศีกุมภ์ on 2012-10-05 16:18

ประสบการณ์ๆ เป็นประโยนช์มากๆเลยbig smile Hot! Hot!

#17 By [ANA]* on 2012-10-05 15:07

สวดยอดดดดด 
Hot! Hot!

#16 By หนวดหวานเอง on 2012-10-05 13:20

กราฟิกในความหมายผมก็คือนักเล่าเรื่อง Hot! Hot! Hot!

#15 By fablefa ~* on 2012-10-05 03:45

=v=
ชอบครับ
ประสบการณ์จริงHot! Hot!

#14 By ของขวัญ on 2012-10-04 21:32

เคยเห็นแบรนด์นี้เรื่อยๆ ค่ะ ก็ว่าเจ๋งดีนะ
ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์แบบนี้แล้วรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจเลยแหละ big smile Hot!

#13 By แอ้ on 2012-10-04 21:03

เปนคนกล้าที่หาแนวตนเองเจอ
ไม่หวังผลเลิศทางธุรกิจ confused smile Hot!

#12 By ปิยะ99 on 2012-10-04 16:48

เก่งครับ

Hot! Hot! Hot!

#11 By อิสระรำพัน on 2012-10-04 12:19

เยี่ยมเลย big smile Hot!
ความคิดอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#9 By Nirankas on 2012-10-04 07:21

Hot! Hot! Hot!  โน้ตไว้ก่อน เดี๋ยวมาอ่าน

#8 By kae on 2012-10-03 20:51

คนนี้นี่เอง นกฮูกดีไซน์

พี่เค้าโชคดีนะ ที่ได้กลับไปทำสิ่งที่ตัวเองรัก ที่ "บ้านเกิด" 

Hot! Hot! Hot!

#7 By จับฉ่าย on 2012-10-03 17:40

เก่งจังเลยค่ะ big smile
Hot! Hot! Hot!

#6 By ภวังค์ on 2012-10-03 17:04

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

โห เก่งมากเลยคะbig smile big smile

#5 By YiM-YiiM on 2012-10-03 15:10

เพิ่งเคยเห็นคุณนกฮูกดีไซน์
เคยเห็นแต่งานของเขาค่ะbig smile  Hot! Hot!

#4 By Blu on 2012-10-03 15:08

ได้ประสบการณ์ดีๆ thanks ka double wink double wink double wink Hot! Hot! Hot! Hot!
โห...พี่เขาผ่านอะไรมาเยอะแยะเลยแหะ
big smile big smile Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By ฺBANK500 on 2012-10-03 14:39

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ความสำเร็จมักมาจากเรื่องราวแห่งประสบการณ์..

การศึกษาความคิดเหล่านั้น..

จึงเป็นสิ่งที่มีค่าและน่าเรียนรู้..^^

..

ได้ประโยชน์มากๆครับ ขอบคุณนะครับbig smile big smile big smile